SLider section

แอบปลา

ภาค เหนือ

  • recipe image cover

แอบปลา

 

 

ความเป็นมา

แอบปลา คืออาหารที่นำปลาสดมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง แล้วห่อด้วยใบตอง นำไปปิ้งหรือย่าง ด้วยไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อปลา มีโปรตีนที่ย่อยง่าย ผิวมะกรูดช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้ ขมิ้นช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย

 

ส่วนผสม

เนื้อปลาหั่นชิ้น                    ½       กิโลกรัม

ผิวมะกรูด หั่นละเอียด           1        ช้อนชา

หอมแดง                          80      กรัม

กระเทียม                          40      กรัม

ตะไคร้                              80      กรัม

กะปิ                                   1        ช้อนชา

ขมิ้น หั่นละเอียด               1        ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนู                           15      กรัม

น้ำปลา                              1        ช้อนชา

เกลือ                                 1        ช้อนชา

ใบตอง

ไม้กลัด

 

วิธีทำ

โขลกรากผักชี ผิวมะกรูด ขมิ้นให้ละเอียด ใส่ตะไคร้ พริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม กะปิ และเกลือ โขลกต่อพอแหลก นำไปคลุกกับเนื้อปลาที่หั่นไว้ซอยต้นหอมและผักชี ใส่น้ำปลาคลุกเคล้าให้เข้ากันห่อใบตองให้แน่น ใช้ไม้กลัดเสียบไว้ นำไปปิ้งบนไฟอ่อนจนสุก

 

 

 

ภาค อีสาน

ผัดหมี่โคราช

    ความเป็นมา ผัดหมี่โคราช คืออาหารท้องถิ่นจากเมืองโคราชจังหวัดนครราชสีมา มีหน้าตาคล้ายกับผัดไทยในภาคกลาง ผัดหมี่โคราชเป็นที่นิยมเนื่องจากรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาทานที่ไหนไม่ได้ จึงเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาที่เมืองโคราชแห่งนี้   คุณค่าทางโภชนาการ เส้นหมี่โคราช มีคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานแก่ร่างกาย ถั่วงอก ต้นหอมให้วิตามิน น้ำมะขามเปียก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกาย และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส   ส่วนผสม เส้นหมี่โคราช                      120    กรัม กระเทียมสับ                       1        ช้อนชา หอมแดงซอย                      1        ช้อนโต๊ะ หมูสับ                               30      กรัม เต้าเจี้ยว                            1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                             2        ช้อนโต๊ะ น้ำตาล                              2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก                   1        ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วดำ                              1        ช้อนชา พริกไทย                            1        ช้อนชา น้ำสะอาด                          1        ถ้วย น้ำมันพืช                           2        ช้อนโต๊ะ ถั่วงอก ต้นหอมหั่นท่อน วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำกระเทียม หอมแดง และหมูสับลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่เส้นหมี่โคราชลงไปใส่น้ำปลา น้ำตาล ซีอิ้วตำ น้ำมะขามเปียก เต้าเจี้ยว และน้ำสะอาด ผัดให้ส่วนผสมเข้ากันกับเส้นเมื่อเส้นเริ่มนุ่มใส่ถั่วงอกและต้นหอมลงไปผัดให้เข้ากันเสิร์ฟใส่จานโรยหน้าด้วย พริกไทย ถั่งลิสงบดและพริกป่น    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

ความเป็นมา           คำว่า “แครง” หรือ “คราง” มาจากภาษาชวา – มลายู ที่ใช้เรียกหอยประเภทหอยแครงว่า “เคอรัง” หรือ “ครัง” จนในที่สุดเพี้ยนมาเป็น แครง หอยแครงมีมากตามชายฝั่งตื้นๆ ที่เป็นโคลน     หรือโคลนเหลวพบมากที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัตตานี ซึ่งชาวบ้านหาได้ไม่ยาก นำมาทำอาหารได้หลายชนิดทั้งลวกและแกง   คุณค่าทางโภชนาการ หอยแครงเป็นหอยที่มีโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสสูง มีคุณสมบัติช่วยบำรุงเลือด บำรุงไขข้อ นำมาแกงกับน้ำพริกแกงใต้ที่มีรสเผ็ดร้อนช่วยให้ร่างกายสูบฉีดเลือดได้ดี และยังใส่ใบยี่หร่าที่มีรสร้อนแรง ช่วยบำรุงธาตุ ขับลม อีกด้วย   ส่วนผสม เนื้อหอยแครง            150    กรัม น้ำพริกแกงใต้            ¼       ถ้วย กะปิ                             2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                        2        ช้อนโต๊ะ ใบยี่หร่า                      50      กรัม น้ำ                                2        ถ้วย วิธีทำ ผสมน้ำพริกแกงกับกะปิให้เข้ากัน ตั้งน้ำพอเดือดใส่พริกแกง พอเดือดใส่หอยแครง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำต้องขลุกขลิก ก่อนยกขึ้นใส่ใบยี่หร่า    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ต้มส้มปลากระบอก

ความเป็นมา ต้มส้มเป็นแกงน้ำใสที่มีรสเปรี้ยวจากน้ำมะขามเปียก ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อม กลิ่นหอม และเสริมรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ซึ่งว่ากันว่ารสเปรี้ยวๆ หวานๆ นี้เป็นรสชาติที่คนภาคกลางนิยม ไม่จัดจ้านแต่ให้ความสดชื่น เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย   คุณค่าทางโภชนาการ แกงน้ำใสที่ไม่มีไขมันแต่ได้โปรตีนจากเนื้อปลา รสเปรี้ยวหวานสดชื่นจากน้ำมะขามเปียกที่มีวิตามินซี มีฤทธิ์เป็นยาระบาย และลดความร้อนในร่างกาย พริกไทยช่วยขับเหงื่อ หายใจได้โล่งโปร่งสบาย หอมแดงมีรสหวาน ช่วยแก้หวัดคัดจมูก หายใจสะดวกขึ้น   ส่วนผสมเครื่องต้มส้ม พริกไทยเม็ด                              1     ช้อนโต๊ะ หอมแดงหั่น                               ¼    ถ้วย รากผักชี                                      20   กรัม กะปิ                                                ½    ช้อนชา ส่วนผสมต้มส้ม ปลากระบอก                              300 กรัม ขิงซอย                                        50   กรัม ต้นหอมหั่นเป็นท่อน และผักชี น้ำมะขามเปียก                           ½    ถ้วย น้ำปลา                                         2     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ                                   2     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำเครื่องต้มส้มให้ละเอียด นำลงไปละลายกับน้ำซุปแล้วตั้งไฟจนเดือด ใส่ปลาลงต้มให้สุก จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ใส่ขิงซอย ตั้งให้เดือดอีกครั้ง ชิมรส ก่อนเสิร์ฟใส่ต้นหอมท่อน และตกแต่งด้วยผักชี


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire