SLider section

แกงเหลืองหน่อไม้ดองกับปลาอินทรี

ภาค ใต้

  • recipe image cover

แกงเหลืองหน่อไม้ดองกับปลาอินทรี

ความเป็นมา

แกงเหลืองก็คือแกงส้มของภาคกลาง แต่ใส่ขมิ้นจึงมีสีเหลืองและเรียกว่าแกงเหลือง เป็นแกงพื้นบ้านที่ทำง่ายๆ กินกันทั่วไป รสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน แกงเหลืองไม่นิยมรสหวาน และมีรสเผ็ดร้อนเข้มข้นกว่าแกงส้ม แกงนี้สามารถเปลี่ยนส่วนผสมไปตามพืชพรรณของแต่ละท้องที่และเรียกชื่อไปตามพืชผักและเนื้อสัตว์ที่นำมาปรุง เมนูนี้ใช้หน่อไม้ดองที่มีรสเปรี้ยวตามธรรมชาติ รสหวานจากสับปะรด และไม่ทำให้เผ็ดเกินไป ใส่ปลาอินทรีที่ทางใต้มีอย่างอุดมสมบูรณ์

 

คุณค่าทางโภชนาการ

แกงน้ำใสรสสุขภาพที่มีรสหวาน เปรี้ยว จากพืชผักธรรมชาติโดยแท้จริง รสชาติจึงสดชื่นทั้งส้มมะขามและสับปะรดล้วนมีวิตาซีที่ช้วยป้องกันหวัดมีกากใยที่ช่วยป้องกันท้องผูก จานนี้ยังรสเผ็ดของพริกที่ช่วยแก้หวัดคัดจมูกได้อย่างดี และพริกยังมีสารไบโอเฟลโวนอยด์ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่น ซึ่งอาจจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้

 

ส่วนผสม

พริกแกง                               ½    ถ้วย

หน่อไม้ดอง                           1     ถ้วย

ปลาอินทรีหั่นชิ้นใหญ่           300 กรัม

สับปะรดหั่นชิ้นบาง                100 กรัม

น้ำปลา                                   2     ช้อนโต๊ะ

น้ำมะขามเปียก                       2     ช้อนโต๊ะ

 

ส่วนผสมพริกแกง พริกสด 20 เม็ด ขมิ้นยาว  1 นิ้ว กระเทียม 7 กลีบ  กะปิ  1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา ตำทุกอย่างรวมกันให้ละเอียด

 

 

ภาค เหนือ

ไส้อั่ว

  ความเป็นมา ไส้อั่ว เป็นวิธีการถนอมอาหารให้สามารถรับประทานได้นานขึ้นคำว่า อั่ว หมายถึง แทรก หรือยัดไว้ตรงกลาง ไส้อั่ว จึงหมายถึงไส้ที่มีการยัดไว้ตรงกลางซึ่งก็คือเนื้อสัตว์ต่างๆนั่นเอง   คุณค่าทางโภชนาการ ไส้อั่วมีโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อีกทั้งเครื่องปรุงยังมีคุณค่าทางโภชนาการ เช่นตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ ข่าช่วยบำรุงร่างกาย กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม เนื้อหมูบดติดมัน                   1        กิโลกรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย                  3        ช้อนโต๊ะ ต้นหอม ผักชี หั่นฝอย            2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                    2        ช้อนโต๊ะ ไส้อ่อนหมู                              1/2     กิโลกรัม ส่วนผสมน้ำพริกแกง พริกแห้ง                            8        เม็ด เกลือป่น                            1        ช้อนชา ข่าซอย                              2        ช้อนชา ตะไคร้ซอย                         2        ช้อนโต๊ะ หอมแดงซอย                      60      กรัม กระเทียมซอย                     3        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                   1        ช้อนชา รากผักชี                            2        ช้อนชา ขมิ้นผง                             1/2     ช้อนชา วิธีทำ ปั่นหรือบดเครื่องพริกแกงให้ละเอียด จากนั้นนำไปคลุกเคล้ากับเนื้อหมูบด ใบมะกรูด ต้นหอม ผักชี ปรุงรสด้วยน้ำมา นวดและคลุกเคล้าจนเข้ากันดี นำไปยัดลงในไส้อ่อนหมูมัดหัวท้ายให้แน่น ก่อนนำไปนึ่งในลังถึงประมาณ 20 นาทีจึงเอามาย่างบนไฟอ่อน หรือทอดในน้ำมันจนสุก    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ใบเหลียงผัดไข่

ความเป็นมา ผักเหลียง ผักเหมียง หรือ ผักเขรียง เป็นชื่อเดียวกัน แต่เรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น ว่ากันว่าอาจจะเพี้ยนมาจากคำว่า เลียง เพราะสมัยก่อนส่วนใหญ่นำมาทำแกงเลียง ผักเหลียงถือเป็นราชินีผักพื้นบ้านของภาคใต้ คนใต้นิยมกินกันทั่วไป ไม่ว่าจะนำไปลวก หรือกินสดอยู่ในถาดผักเหนาะ ผัดน้ำมันกินกับน้ำพริก ใส่แกงเผ็ด แกงส้ม ผักรองห่อหมก และแกงจืดหมูสับ ใบเหลียงผัดไข่เป็นอาหารที่ไม่ได้นิยมกันแต่ในภาคใต้ ปัจจุบันเป็นอาหารใต้ที่นิยมแพร่หลายในกรุงเทพฯ   คุณค่าทางโภชนาการ ใบเหลียงคล้ายกับใบของยางพรารา มีสีเขียวเป็นมันยาวประมาณ 10-20 ซ.ม.เป็นพันธุ์ไม้ป่า พบได้ตามเนินเขาและที่ราบ จัดเป็นผักปลอดสารพิษเพราะไม่มีแมลงและโรครบกวน ใบเหลียงมีรสชาติหวานมันเป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนอย่างดี มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันตามืดมัวในยามดึก ใบเหลียง 100 กรัม ให้พลังงาน 91 กิโลแคลอรี  แคลเซียม 150.5 มิลลิกรัม   ส่วนผสม ใบเหลียง                      100 กรัม ไข่ไก่                             2     ฟอง กระเทียมสับ                  5     กรัม น้ำมันพืช                        2     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                            1     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย                   1     ช้อนชา   วิธีทำ ผัดกระเทียมกับน้ำมันพืชให้มีกลิ่นหอม นำใบเหลียงลงไปผัดให้ผักเริ่มสลด จากนั้นเกลี่ยใบเหลียงไว้มุมหนึ่ง ตอกไข่ใส่ลงไปในกระทะ ยีให้ไข่แตกและเริ่มสุก จากนั้นนำใบเหลียงลงมาผัดคลุกกับไข่ ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลทราย ตักขึ้นเสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

แกงเผ็ดปลาทรายใบรา

ความเป็นมา แกงน้ำใสที่มีรสเผ็ดร้อนจากพริกแกง และใบรา หรือใบยี่หร่าที่มีรสเผ็ดหอม ร้อนแรง แกงนี้เป็นแกงพื้นบ้านที่ทำไม่ยาก ใช้ของที่มีอยู่มากอย่างปลาทราย และสมุนไพรที่หาได้ง่ายในภูมิภาค มาทำเป็นแกงรสอร่อยซึ่งกินกันทั่วไป  คุณค่าทางโภชนาการ แกงน้ำใสที่มีรสร้อนแรงจากทั้งสมุนไพรและใบยี่หร่า ซึ่งช่วยให้สดชื่น รู้สึกโล่งโปร่งสบาย ช่วยขับลมท้อง เป็นจานสุขภาพที่ได้โปรตีนดีจากเนื้อปลา และไม่มีไขมัน คนที่มีปัญหาเรื่อง คอเลสเตอรอลจึงกินได้อย่างสบายใจ   ส่วนผสม ปลาทรายตัวใหญ่          700 กรัม พริกแกง                        ¼    ถ้วย ใบรา หรือใบยี่หร่า        ½    ถ้วย น้ำสะอาด                      3     ถ้วย ข่าอ่อนหั่นแว่น              20   กรัม พริกไทยอ่อน                15   กรัม ใบมะกรูด                      3     ใบ พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบสำหรับโรยหน้า ส่วนผสมพริกแกง พริกสด 15 กรัม ข่าหั่นแว่น 5 กรัม ขมิ้นยาว 2 นิ้ว  หอมแดง 40 กรัม กระเทียม 10 กรัม พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา ตำทุกอย่างให้เข้ากันและละเอียด   วิธีทำ นำน้ำสะอาดตั้งไฟจนเดือด จากนั้นใส่พริกแกง ข่าอ่อน รอจนเดือดอีกครั้ง ใส่ปลาทราย ต้มต่อจนกระทั่งปลาสุก ใส่พริกไทยอ่อน ใบรา ใบมะกรูด ยกลง โรยพริกชี้ฟ้า


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire