SLider section

แกงเผ็ดปลาทรายใบรา

ภาค ใต้

  • recipe image cover

แกงเผ็ดปลาทรายใบรา

ความเป็นมา

แกงน้ำใสที่มีรสเผ็ดร้อนจากพริกแกง และใบรา หรือใบยี่หร่าที่มีรสเผ็ดหอม ร้อนแรง แกงนี้เป็นแกงพื้นบ้านที่ทำไม่ยาก ใช้ของที่มีอยู่มากอย่างปลาทราย และสมุนไพรที่หาได้ง่ายในภูมิภาค มาทำเป็นแกงรสอร่อยซึ่งกินกันทั่วไป 

คุณค่าทางโภชนาการ

แกงน้ำใสที่มีรสร้อนแรงจากทั้งสมุนไพรและใบยี่หร่า ซึ่งช่วยให้สดชื่น รู้สึกโล่งโปร่งสบาย

ช่วยขับลมท้อง เป็นจานสุขภาพที่ได้โปรตีนดีจากเนื้อปลา และไม่มีไขมัน คนที่มีปัญหาเรื่อง คอเลสเตอรอลจึงกินได้อย่างสบายใจ

 

ส่วนผสม

ปลาทรายตัวใหญ่          700 กรัม

พริกแกง                        ¼    ถ้วย

ใบรา หรือใบยี่หร่า        ½    ถ้วย

น้ำสะอาด                      3     ถ้วย

ข่าอ่อนหั่นแว่น              20   กรัม

พริกไทยอ่อน                15   กรัม

ใบมะกรูด                      3     ใบ

พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบสำหรับโรยหน้า

ส่วนผสมพริกแกง พริกสด 15 กรัม ข่าหั่นแว่น 5 กรัม ขมิ้นยาว 2 นิ้ว  หอมแดง 40 กรัม กระเทียม 10 กรัม พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา ตำทุกอย่างให้เข้ากันและละเอียด

 

วิธีทำ

นำน้ำสะอาดตั้งไฟจนเดือด จากนั้นใส่พริกแกง ข่าอ่อน รอจนเดือดอีกครั้ง ใส่ปลาทราย ต้มต่อจนกระทั่งปลาสุก ใส่พริกไทยอ่อน ใบรา ใบมะกรูด ยกลง โรยพริกชี้ฟ้า

ภาค กลาง

ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน

    ความเป็นมา ขนมน้ำกะทิเป็นของหวานพื้นบ้านของไทยที่นำกะทิมาผสมน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนดซึ่งมีกลิ่นหอม และรสไม่หวานแหลม น้ำกะทิกินกับลอดช่อง ข้าวเหนียวดำ ใส่น้ำแข็ง และใส่ผลไม้รสหวานหอมอย่างทุเรียนกินกับข้าวเหนียวมูนที่ให้รสหวานมันอร่อย   คุณค่าทางโภชนาการ ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงพอสมควร เนื้อทุเรียน 200 กรัมให้วิตามินซีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายใน 1 วัน มีสารซัลเฟอร์หรือกำมะถันตามธรรมชาติ ทุเรียน 100 กรัมให้พลังงานมากกว่าผลไม้ทั่วไปถึง 3 เท่า เมื่อกินกับข้าวเหนียวมูนที่มีกะทิเป็นส่วนผสมยิ่งให้พลังงานเพิ่มขึ้น จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป   ส่วนผสม ข้าวเหนียวมูน                               200    กรัม เนื้อทุเรียนสุก                                150    กรัม กะทิ                                                 3        ถ้วย น้ำตาลโตนดหรือน้ำตาลมะพร้าว       1 ½    ถ้วย เกลือเล็กน้อย   วิธีทำ ละลายน้ำตาลในน้ำกะทิจนหมด นำไปตั้งไฟให้ร้อนจัดแต่ไม่ให้เดือด กรองด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ให้เย็น ใส่เนื้อทุเรียนลงไป พักไว้ประมาณ 3 ชั่วโมง นำมาตักราดหน้าข้าวเหนียวมูน    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

ไก่ผัดขิง

    ความเป็นมา อาหารจีนประเภทผัดที่ครอบครัวคนจีนมักจะผัดเป็นอาหารในมื้อเย็น ขิงเป็นสมุนไพรสำคัญของจีนที่มีรสเผ็ดและช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เมนูนี้เป็นอาหารผัดง่ายๆ ที่ได้กลายมาเป็นอาหารตามสั่งหรืออาหารจานด่วนราดข้าวในมื้อกลางวันที่คนทำงานมีเวลาน้อยและต้องรีบกิน   คุณค่าทางโภชนาการ ไก่เป็นเนื้อสัตว์ที่ให้โปรตีนสูงไขมันต่ำ เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก จานนี้มีไขมันจากน้ำมันที่ใช้ผัด ขิงช่วยดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ ช่วยขับลมและแก้ท้องอืด เห็ดหูหนูมีสรรพคุณที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อย่างดี   ส่วนผสม เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้นเล็ก             150    กรัม ขิงหั่นฝอย                             50      กรัม หอมหัวใหญ่หั่นขวาง             80      กรัม เห็ดหูหนู                                 50      กรัม ต้นหอมหั่นเป็นชิ้นยาว            15      กรัม กระเทียมบุบ                             5        กรัม น้ำมันสำหรับผัด ซีอิ๊ว หรือน้ำปลาสำหรับปรุงรส   วิธีทำ ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่กระเทียมลงเจียวพอหอม ใส่เนื้อไก่ลงรวน ใส่หอมหัวใหญ่ เห็ดหูหนู ผัดจนเข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วหรือน้ำปลา ใส่ต้นหอม ผัดจนทุกอย่างเข้ากัน ตักใส่จาน    


เพิ่มเติม

ภาค อีสาน

ตำโคราช

  ความเป็นมา ตำโคราช คือส้มตำที่ใส่เครื่องปรุงระหว่างส้มตำไทยและส้มตำลาว คือใส่ทั้งกุ้งแห้งและปลาร้า อาจใส่เส้นขนมจีน ปรุงรสให้หวานขึ้น เนื่องจากโคราชหรือนครราชสีมาเป็นเมืองที่อยู่กั้นกลางระหว่างลาวและสยามจึงเกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมสองชาติเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ตำโคราชไม่ได้ถือกำเนิดมาจากจังหวัดนครราชสีมาแต่ประการใด แม้กระทั่งชาวโคราชเองก็ไม่นิยมรับประทานกัน   คุณค่าทางโภชนาการ ตำโคราช มีวิตามินเกลือแร่จากผัก และเครื่องปรุงต่างๆ  มะละกอช่วยย่อยโปรตีน ทำให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดี น้ำมะนาว มะเขือเทศ พริกขี้หนูมีวิตามินซีสูง กระเทียมไทย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย และได้โปรตีนจากปลาร้าและกุ้งแห้ง   ส่วนผสม มะละกอสับเป็นเส้น               120    กรัม มะเขือเทศสีดา                      30      กรัม พริกขี้หนูสด                            8        เม็ด กระเทียม                                 5        กรัม ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อน            25      กรัม กุ้งแห้ง                                     1        ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว                                2        ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว                                1        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                   ½       ช้อนโต๊ะ น้ำปลาร้าต้มสุก                     1        ช้อนโต๊ะ   วิธีทำ ใส่กระเทียมและพริกขี้หนู ลงในครก โขลกให้พอแหลก ตามด้วยถั่วฝักยาวโขลกพอแหลกใส่มะเขือเทศ น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา  น้ำปลาร้าแล้วคลุกให้เข้ากันใส่มะละกอ ตามด้วยถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้งแล้วโขลกเบาๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันชิมแล้วปรุงตามชอบ ตักใส่จาน รับประทานพร้อมผักสด    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire