SLider section

น้ำพริกโจร

ภาค ใต้

  • recipe image cover

น้ำพริกโจร

ความเป็นมา

คนใต้เล่ากันว่าน้ำพริกโจรนี้ได้ชื่อตามวิธีการทำ เพราะเป็นการทำน้ำพริกที่ง่ายมากโดยไม่ต้องตำ เพียงนำส่วนผสมมาคลุกรวมกันเท่านั้น รวดเร็วเหมือนถูกโจรปล้น จึงตั้งชื่อว่าน้ำพริกโจร

 

คุณค่าทางโภชนาการ

น้ำพริกนี้มีส่วนผสมของกุ้งต้มที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก กุ้งเป็นอาหารทะเลที่เนื้อหวานอร่อยมี

โปรตีนสูง ไขมันต่ำ และยังมีวิตามินบี 12  และไอโอดีนสูงมาก ส่วนผสมของสมุนไพร เช่น หอม กระเทียม พริกขี้หนู ทำให้รู้สึกสดชื่น ส่วนรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ทำให้กินผักสดได้มากอันเป็นแหล่งของวิตามินและกากใย

 

ส่วนผสม

เนื้อกุ้งต้มสุกหั่นชิ้นเล็ก           200    กรัม

หอมแดงซอย                      30      กรัม

กระเทียมซอย                     10      กรัม

พริกขี้หนูซอย                      5        กรัม

กะปิ                                 2        ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา                             2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว                          2        ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลมะพร้าว                 2        ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

เคล้ากระเทียม หอมแดง กะปิ พอเข้ากัน ใส่กุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลมะพร้าว และคลุกทั้งหมดให้เข้ากันเบาๆ ชิมรส

 

 

ภาค เหนือ

ไข่ป่าม

    ความเป็นมา ไข่ป่ามหรืออ็อกไข่ เป็นการทำให้ไข่สุกด้วยวิธีการนำไข่ใส่กระทงแล้วย่างให้สุกโดยที่ไม่ใช้น้ำมัน   คุณค่าทางโภชนาการ ไข่ไก่ อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆมากมาย ช่วยลดความดันโลหิต เป็นแหล่งโปรตีนที่เหมาะกับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นอย่างมาก   ส่วนผสม ไข่ไก่                          5        ฟอง ต้นหอมซอย              2        ช้อนโต๊ะ พริกหยวกซอย           2        ช้อนโต๊ะ เกลือ                          ½       ช้อนชา   วิธีทำ ตอกไข่ไก่ใส่ชาม ใส่เกลือ พริกหยวก ต้นหอม ตีไข่ไก่และส่วนผสมให้เข้ากันเตรียมกระทงกว้างประมาณ 5 นิ้ว นำมาซ้อนกัน จีบเป็นกระทงใช้ไม้กลัด ใส่ส่วนผสมลงในกระทง นำไปย่างไฟอ่อนๆ จนไข่สุกและเหลืองทั่ว      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ต้มกะทิหน่อไม้กุ้งสด

ความเป็นมา คนใต้ชอบกินแกงกะทิแต่ไม่นิยมเป็นแกงเผ็ดเสมอไป แกงนี้จึงเป็นแกงกะทิรสหวานตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้หวานขึ้นจากหน่อไม้ที่มีมากในฤดูฝน ใส่เนื้อสัตว์อย่างกุ้งสดที่ช่วยให้กะทิหอมหวานยิ่งขึ้น และใส่สะตอเนื้อนุ่มกรุบรสมัน เพิ่มความอร่อยได้อีกหลายเท่าตัว   คุณค่าทางโภชนาการ หน่อไม้เป็นต้นอ่อนของไผ่ที่มาพร้อมกับฤดูฝน พอฝนโปรยก็จะแทงหน่อข้างๆ ต้นไผ่ เนื้อจะชุ่มน้ำ รสหวาน มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสพอสมควร มีกากใยสูงที่ช่วยในการขับถ่าย แกงนี้เป็นแกงกะทิรสหวานตามธรรมชาติที่ใส่สะตอเม็ดเขียวที่ให้ทั้งพลังงานและโปรตีน สะตอ 100 กรัมมีโปรตีนถึง 8 กรัม และเมื่อใส่กุ้งสดซึ่งเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แกงนี้จึงมีโปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์ครบถ้วน   ส่วนผสม กุ้งสด                                       200    กรัม หน่อไม้สดหั่นเป็นชิ้นบาง        200    กรัม สะตอ                                        80      กรัม กะทิ                                           2        ถ้วย กระเทียมบุบ                             10      กรัม เกลือ น้ำตาล อย่างละเล็กน้อย   วิธีทำ ลวกหน่อไม้เตรียมไว้ นำกะทิขึ้นตั้งไฟใส่กระเทียม เมื่อกะทิเดือดใส่หน่อไม้ลงไป ใส่สะตอ รอให้เดือดอีกครั้งใส่กุ้ง ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล    


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

ยำผักกูดกุ้งสด

ความเป็นมา ผักกูดเป็นผักพื้นบ้านที่มีต้นคล้ายกับเฟิร์น ลำต้นยาว ยอดงอม้วน ขึ้นตามชายป่าริมน้ำ ซึ่งเป็นภูมิประเทศของแถบทางใต้ ถ้าขึ้นที่ใดแสดงว่าบริเวณนั้นดินดีไม่มีสารปนเปื้อน ชาวบ้านช่างสังเกตเก็บผักนี้มาทำอาหารได้ทั้งลวกจิ้มน้ำพริก ผัด ยำ   คุณค่าทางโภชนาการ ผักกูดเป็นผักรสจืดอมหวานนิดๆ ทั้งใบและต้นสีเขียวมีเบต้าแคโรทีนสูงมาก ซึ่งจะช่วยบำรุงร่างกายโดยเฉพาะสายตาได้อย่างดี และที่ชาญฉลาดกว่านั้นเบต้าแคโรทีนจะดูดซึมได้ดีเมื่อมีไขมันร่วมด้วย การราดกะทิลงในยำจานนี้จึงทำให้ได้คุณค่าอาหารอย่างเต็มเปี่ยม   ส่วนผสม ผักกูดเด็ดยาว 1 นิ้ว ลวก        100 กรัม กุ้งสดลวก                               80   กรัม หัวกะทิ                                    ½    ถ้วย ถั่วลิสงบุบหยาบ                      ¼    ถ้วย หอมแดงซอย                           ½    ถ้วย มะพร้าวคั่ว                                ¼    ถ้วย กุ้งแห้งตำ                                  ¼    ถ้วย พริกขี้หนูซอย                            5     กรัม น้ำมะนาว                                    2     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย                                2     ช้อนโต๊ะ เกลือ                                             1     ช้อนชา วิธีทำ ผสมน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือ ให้เข้ากัน จากนั้นจึงใส่ส่วนผสมอื่นๆ ยกเว้นกะทิลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว เมื่อจะเสิร์ฟจึงราดกะทิบนหน้า ก่อนรับประทานคลุกให้เข้ากันอีกครั้ง


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire