SLider section

ต้มกะทิหน่อไม้กุ้งสด

ภาค ใต้

  • recipe image cover

ต้มกะทิหน่อไม้กุ้งสด

ความเป็นมา

คนใต้ชอบกินแกงกะทิแต่ไม่นิยมเป็นแกงเผ็ดเสมอไป แกงนี้จึงเป็นแกงกะทิรสหวานตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้หวานขึ้นจากหน่อไม้ที่มีมากในฤดูฝน ใส่เนื้อสัตว์อย่างกุ้งสดที่ช่วยให้กะทิหอมหวานยิ่งขึ้น และใส่สะตอเนื้อนุ่มกรุบรสมัน เพิ่มความอร่อยได้อีกหลายเท่าตัว

 

คุณค่าทางโภชนาการ

หน่อไม้เป็นต้นอ่อนของไผ่ที่มาพร้อมกับฤดูฝน พอฝนโปรยก็จะแทงหน่อข้างๆ ต้นไผ่ เนื้อจะชุ่มน้ำ รสหวาน มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสพอสมควร มีกากใยสูงที่ช่วยในการขับถ่าย แกงนี้เป็นแกงกะทิรสหวานตามธรรมชาติที่ใส่สะตอเม็ดเขียวที่ให้ทั้งพลังงานและโปรตีน สะตอ 100 กรัมมีโปรตีนถึง 8 กรัม และเมื่อใส่กุ้งสดซึ่งเป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แกงนี้จึงมีโปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์ครบถ้วน

 

ส่วนผสม

กุ้งสด                                       200    กรัม

หน่อไม้สดหั่นเป็นชิ้นบาง        200    กรัม

สะตอ                                        80      กรัม

กะทิ                                           2        ถ้วย

กระเทียมบุบ                             10      กรัม

เกลือ น้ำตาล อย่างละเล็กน้อย

 

วิธีทำ

ลวกหน่อไม้เตรียมไว้ นำกะทิขึ้นตั้งไฟใส่กระเทียม เมื่อกะทิเดือดใส่หน่อไม้ลงไป ใส่สะตอ รอให้เดือดอีกครั้งใส่กุ้ง ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล

 

 

ภาค เหนือ

น้ำพริกจิ๊นหมู

    ความเป็นมา น้ำพริกจิ๊นหมูคือการใช้หมูสับโขลกรวมกับพริก หอมแดงและกระเทียม จะได้น้ำพริกผสมเนื้อสัตว์ที่ทานได้ง่ายและถูกปาก สามารถทำรับประทานเองได้ไม่ยาก   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อหมูมีโปรตีนมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย หอมแดง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงหัวใจกระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม เนื้อหมูบด                  100    กรัม พริกชี้ฟ้าย่างไฟ         20      กรัม หอมแดงย่างไฟ          30      กรัม กระเทียมย่างไฟ         10      กรัม เกลือ                           ½       ช้อนชา   วิธีทำ นำหมูสับไปต้มพอสุก ตักขึ้นพักไว้ โขลกพริก หอมแดง กระเทียม รวมกันให้ละเอียด ใส่หมูสับ โขลกให้เข้ากัน จัดใส่ภาชนะทานคู่กับผักสด      


เพิ่มเติม

ภาค ใต้

หมูฮ้อง

ความเป็นมา หมูฮ้องทำจากหมูสามชั้นคล้ายกับหมูต้มเค็มที่มีรสหวาน บางคนบอกว่าการกินหมูสามชั้นเป็นอิทธิพลของจีนคล้ายกับพะโล้ แต่หมูฮ้องจะมีน้ำน้อยกว่าและไม่มีไข่ และเต้าหู้ ปรุงรสให้หอมด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย และใส่อบเชย โป๊ยกั๊ก ซีอิ๊วดำ เครื่องเทศที่เหมือนใส่ในพะโล้   คุณค่าทางโภชนาการ ไขมันในหมูเป็นไขมันอิ่มตัวที่อาจจะมีปัญหากับคนที่มีคอเลสเตอรอลสูง แต่ไขมันในเนื้อหมูช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และเลือดหมุนเวียนได้ดี เนื้อหมูมีโปรตีนและวิตามินบีชนิดต่างๆ ในปริมาณที่สูงมาก มีธาตุสังกะสีในปริมาณมากพอสมควร เนื้อหมู 100 กรัมให้พลังงาน 376 แคลอรี โปรตีน 14.4 กรัม ไขมัน 35.0 กรัม   ส่วนผสม หมูสามชั้น             2     กิโลกรัม กระเทียมบุบ           1/3  ถ้วย รากผักชีหั่นฝอย     ¼    ถ้วย พริกไทยเม็ด         2     ช้อนโต๊ะ น้ำมันหมู              3     ช้อนโต๊ะ อบเชย                  1     แท่ง โป๊ยกั๊ก                  2     ดอก ซีอิ๊วดำ                  6     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลมะพร้าว      2     ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาด               1     ลิตร ซีอิ๊วขาว                 5     ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย          1     ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ตำพริกไทยเม็ด โป๊ยกั๊ก ให้ละเอียด ตักลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาล ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำมันหมู คนให้น้ำตาลละลาย จากนั้นใส่หมูสามชั้นหั่นชิ้นใหญ่คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้ 30 นาที จากนั้นนำลงไปผัดในหม้อหรือกระทะให้หมูเริ่มสุก เติมน้ำสะอาด ใส่อบเชย รากผักชี และกระเทียม ตั้งเคี่ยวจนน้ำงวดลง หมูสุกและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม    


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire