SLider section

ขนมจีนน้ำเงี้ยว

ภาค เหนือ

  • recipe image cover
  • recipe image cover

ขนมจีนน้ำเงี้ยว

ความเป็นมา

ขนมจีน หรือ เข้าหนมเส้น ทานกับน้ำแกงที่เรียกว่าน้ำเงี้ยว จึงเป็นขนมจีนน้ำงี้ยว ซึ่งเป็นอาหารของชาวล้านนาที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย สูตรของขนมจีนน้ำเงี้ยวจะแตกต่างกันออกไปตามท้องถิ่น บางพื้นที่ใช้ถั่วเน่าแผ่นย่างไฟ โขลกลงในเครื่องแกงเพื่อเพิ่มรสชาติ

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ขนมจีนน้ำเงี้ยวมีคุณค่าทางโภชนาการจาก เส้นขนมจีนที่ให้คาร์โบไฮเดรต โปรตีนจากหมูสับและซี่โครงหมู ได้วิตามินซีจากมะเขือเทศ อีกทั้งมะเขือเทศยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้านและมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

 

ส่วนผสม

ซี่โครงหมูต้ม ตัดเป็นชิ้น         1/2     กิโลกรัม

เลือดหมู หั่นสี่เหลี่ยม             1/2     กิโลกรัม

หมูสับ                                      400    กรัม

มะเขือเทศลูกเล็ก ผ่าครึ่ง        1/2     กิโลกรัม

เกลือ                                        2        ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช                                  2        ช้อนโต๊ะ

น้ำสะอาด                                 6        ถ้วย

ส่วนผสมพริกแกง

พริกแห้ง                              7        เม็ด

รากผักชีหั่นฝอย                   1        ช้อนชา

ข่าหั่นละเอียด                     1        ช้อนชา

ตะไคร้ซอย                         2        ช้อนชา

กะปิ                                     2        ช้อนชา

หอมแดง                            40      กรัม

กระเทียม                          60      กรัม

วิธีทำ

ตำหรือปั่นส่วนผสมพริกแกงให้ละเอียด นำไปผัดกับน้ำมันให้หอม ใส่หมูสับ ผัดให้สุก ใส่ซี่โครงหมู มะเขือเทศ ใส่น้ำสะอาดตั้งไฟต่อจนเดือด ปรุงรสด้วยเกลือชิมรส ตักราดลงบนขนมจีน ทาคู่ผักดองและผักสด

 

 

ภาค อีสาน

ซุปมะเขือเปราะ

ความเป็นมา คำว่าซุปเป็นภาษาอีสานแปลว่า ยำ ซุปมะเขือเปราะจึงเรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า ยำมะเขือเปราะ เป็นอาหารที่นำเอาพื้นผักใกล้ตัวมาปรุงรสชาติให้น่าทานมากยิ่งขึ้น   คุณค่าทางโภชนาการ มะเขือเปราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มะเขือเปราะมีประโยชน์ต่อตับอ่อน เพราะทำให้ตับแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ส่วนผสม มะเขือเปราะ                      300    กรัม หมูสับ                               100    กรัม น้ำปลาร้า                           1        ช้อนโต๊ะ พริกชี้ฟ้าคั่ว                        20      กรัม กระเทียมคั่ว                       40      กรัม หอมแดงคั่ว                        30      กรัม กะปิ                                     1        ช้อนชา ต้นหอมซอย                       5        กรัม ผักชีซอย                            10      กรัม ใบสะระแหน่ สำหรับโรยหน้า วิธีทำ ต้มมะเขือเปราะจนสุกแล้วตักขึ้นมาพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำหมูสับไปรวนจนสุกพักไว้คั่วพริก กระเทียม หอมแดง ให้สุก จากนั้นนำมาโขลกให้ละเอียด ใส่กะปิโขลกให้เข้ากันใส่มะเขือเปราะลงไปโขลกให้พอละเอียดและเข้ากับเครื่องปรุง ใส่หมูสับ คลุกเคล้าให้เข้ากันปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ใส่ต้นหอม ผักชี จัดลงจานโรยหน้าด้วยใบสะระแหน่    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

น้ำพริกกะปิ

ความเป็นมา น้ำพริกคู่ครัวไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตและกินกันทุกครัวเรือน กะปิเรียกได้ว่าเป็นอาหารร่วมของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กินกันทุกประเทศในรูปแบบต่างๆ กัน คำว่า”กะปิ” นี้ว่ากันว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “งาปิ” ซึ่งเป็นภาษามอญ น้ำพริกกะปิของไทยต้องมีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน และไม่ควรข้นเกินไปเพราะต้องกินกับข้าวและเครื่องเคียงอย่าง ปลาทู ผักสด และผักทอดต่างๆ   คุณค่าทางโภชนาการ กะปิทำจากเคยหมักจึงให้แคลเซียมสูงมาก กะปิ 100 กรัม ให้แคลเซียมสูงถึง 1,554 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการแคลเซียมในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ในน้ำพริกยังมีกระเทียมที่ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด พริกกระตุ้นความอยากอาหาร และมะอึกที่มีรสเปรี้ยวทำให้น้ำพริกมีรสกลมกล่อม อร่อย ทำให้กินผักเครื่องเคียงต่างๆ ที่มีวิตามิน และกากใยได้อีกมากมาย   ส่วนผสม กะปิอย่างดี เผาไฟ                      2     ช้อนโต๊ะ กระเทียม                                   10   กรัม กุ้งแห้งตำละเอียด                       2     ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูเขียว แดง รวมกัน          10   กรัม มะอึก ขูดขนออกหั่นบาง              60   กรัม น้ำตาลปี๊บ                                 1     ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                     2     ช้อนชา น้ำมะนาว                                  2     ช้อนโต๊ะ มะเขือพวงบุบ                            10   กรัม เครื่องเคียง ปลาทูทอด ผักลวก เช่น หน่อไม้ ผักบุ้ง ผักทอด เช่น มะเขือยาวชุบไข่ทอด ไข่ชะอมทอด วิธีทำ ตำกระเทียม และกะปิให้เข้ากันดี ทำให้กลิ่นของกะปิและกระเทียมไม่แรงจนเกินไป จากนั้นใส่กุ้งแห้ง พริกขี้หนู ตำให้พริกพอแหลก ใส่มะอึก ตำเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา คนให้เข้ากัน จากนั้นตักออกจากครกจึงใส่น้ำมะนาว ชิมรสอีกครั้ง จึงใส่มะเขือพวงบุบ


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

แอบปลา

    ความเป็นมา แอบปลา คืออาหารที่นำปลาสดมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง แล้วห่อด้วยใบตอง นำไปปิ้งหรือย่าง ด้วยไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก   คุณค่าทางโภชนาการ เนื้อปลา มีโปรตีนที่ย่อยง่าย ผิวมะกรูดช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการจุกเสียด ท้องอืด แน่นท้องได้ ขมิ้นช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ตะไคร้แก้และบรรเทาอาการหวัด อาการไอ กระเทียมช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย   ส่วนผสม เนื้อปลาหั่นชิ้น                    ½       กิโลกรัม ผิวมะกรูด หั่นละเอียด           1        ช้อนชา หอมแดง                          80      กรัม กระเทียม                          40      กรัม ตะไคร้                              80      กรัม กะปิ                                   1        ช้อนชา ขมิ้น หั่นละเอียด               1        ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนู                           15      กรัม น้ำปลา                              1        ช้อนชา เกลือ                                 1        ช้อนชา ใบตอง ไม้กลัด   วิธีทำ โขลกรากผักชี ผิวมะกรูด ขมิ้นให้ละเอียด ใส่ตะไคร้ พริกขี้หนู หอมแดง กระเทียม กะปิ และเกลือ โขลกต่อพอแหลก นำไปคลุกกับเนื้อปลาที่หั่นไว้ซอยต้นหอมและผักชี ใส่น้ำปลาคลุกเคล้าให้เข้ากันห่อใบตองให้แน่น ใช้ไม้กลัดเสียบไว้ นำไปปิ้งบนไฟอ่อนจนสุก      


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire