SLider section

ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว

ภาค กลาง

  • recipe image cover

ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว

 ความเป็นมา

ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วเป็นอาหารจีนประเภทเดียวกับก๋วยเตี๋ยวราดหน้าที่มักจะขายคู่กัน แต่ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วจะต้องผัดให้เส้นหอมซีอิ๊วที่ใส่ลงไป และสีดำของซีอิ๊วเคลือบเส้นให้ทั่ว เส้นต้องไม่ติดกันมีน้ำมันเคลือบบางๆ บนเส้นที่ผัดจนหอม ใส่ไข่ลงไปขณะผัด และใส่ผักคะน้าที่ต้องผัดจนนุ่มแต่ผักยังต้องเขียวอยู่

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วให้พลังงานค่อนข้างสูง ผัดซีอิ๊วใส่ไข่ 1 จาน ให้พลังงาน 520 กิโลแคลอรี เพราะการผัดเส้นให้มันเงาและมีกลิ่นหอมกระทะต้องใส่น้ำมันมาก จึงทำให้ได้ไขมันมากไปด้วย ในขณะเดียวกันก็ได้โปรตีนวิตามินจากไข่ เนื้อหมู และได้วิตามินเกลือแร่จากผักคะน้า

 

ส่วนผสม

เส้นใหญ่                  120    กรัม

เนื้อหมู                     50      กรัม

ผักคะน้าหั่น              50      กรัม

ซีอิ๊วดำ                      1        ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว                    2        ช้อนชา

ไข่ไก่                          1        ฟอง

น้ำมันสำหรับผัด

 

วิธีทำ

ใส่น้ำมันในกระทะ ใส่หมูลงรวนพอสุก ใส่ผักคะน้า ใส่เส้นผัดให้เส้นกระจายอย่าติดกัน ใส่ซีอิ๊วดำผัดให้เคลือบเส้น ตอกไข่ใส่ ใส่ซีอิ๊ว ผัดจนทุกอย่างเข้ากัน ตักใส่จาน

 

 

ภาค ใต้

แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

ความเป็นมา           คำว่า “แครง” หรือ “คราง” มาจากภาษาชวา – มลายู ที่ใช้เรียกหอยประเภทหอยแครงว่า “เคอรัง” หรือ “ครัง” จนในที่สุดเพี้ยนมาเป็น แครง หอยแครงมีมากตามชายฝั่งตื้นๆ ที่เป็นโคลน     หรือโคลนเหลวพบมากที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัตตานี ซึ่งชาวบ้านหาได้ไม่ยาก นำมาทำอาหารได้หลายชนิดทั้งลวกและแกง   คุณค่าทางโภชนาการ หอยแครงเป็นหอยที่มีโปรตีน ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสสูง มีคุณสมบัติช่วยบำรุงเลือด บำรุงไขข้อ นำมาแกงกับน้ำพริกแกงใต้ที่มีรสเผ็ดร้อนช่วยให้ร่างกายสูบฉีดเลือดได้ดี และยังใส่ใบยี่หร่าที่มีรสร้อนแรง ช่วยบำรุงธาตุ ขับลม อีกด้วย   ส่วนผสม เนื้อหอยแครง            150    กรัม น้ำพริกแกงใต้            ¼       ถ้วย กะปิ                             2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                        2        ช้อนโต๊ะ ใบยี่หร่า                      50      กรัม น้ำ                                2        ถ้วย วิธีทำ ผสมน้ำพริกแกงกับกะปิให้เข้ากัน ตั้งน้ำพอเดือดใส่พริกแกง พอเดือดใส่หอยแครง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำต้องขลุกขลิก ก่อนยกขึ้นใส่ใบยี่หร่า    


เพิ่มเติม

ภาค เหนือ

น้ำพริกอ่อง

ความเป็นมา น้ำพริกอ่องมีมะเขือเทศเป็นส่วนผสมหลัก เป็นอีกหนึ่งน้ำพริกของชาวล้านนาที่นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย  ลักษณะเด่นของน้ำพริกอ่อง คือ มีรสชาติที่ครบ ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด นิยมรับประทานกับผักสดหรือผักต้มก็ได้   คุณค่าทางโภชนาการ มะเขือเทศช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง และมีวิตามินเอมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา   ส่วนผสม มะเขือเทศผลเล็ก                 200    กรัม เนื้อหมูสับละเอียด                300    กรัม น้ำมันพืช                                2        ช้อนโต๊ะ น้ำปลา                                    2        ช้อนโต๊ะ ต้นหอม ผักชีหั่นหยาบ           3        ช้อนโต๊ะ ส่วนผสมพริกแกง พริกชี้ฟ้าแห้ง                      8        เม็ด กระเทียม                            10      กรัม เกลือป่น                              1        ช้อนชา หอมแดงซอย                      30      กรัม ถั่วเน่าชนิดแผ่นย่างไฟ        20      กรัม รากผักชี                               1        ช้อนโต๊ะ กะปิ                                      1        ช้อนชา   วิธีทำ ปั่นหรือตำส่วนผสมพริกแกงจนละเอียด นำลงไปผัดให้มีกลิ่นหอมใส่หมูสับผัดจนสุก ใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนสุกนุ่มและเริ่มแห้งลงเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรส เมื่อได้ที่ดีแล้วตักขึ้นโรยต้นหอมและผักชี เสิร์ฟ    


เพิ่มเติม

ภาค กลาง

วุ้นกะทิ

    ความเป็นมา วุ้นเป็นขนมหวานของไทยที่หากินได้ทั่วไป เนื้อวุ้นจะคล้ายกับเยลลี่ของฝรั่ง แตกต่างกันที่เนื้อสัมผัสของวุ้นจะแข็งและกรอบกว่า คนไทยนำกะทิมาผสมกับผงวุ้นเติมเกลือเล็กน้อยเพื่อให้มีรสเค็มมัน ทำเป็นหน้าของวุ้นตัดกับรสหวานของเนื้อวุ้นที่ใส่เฉพาะน้ำตาล ทำให้กินได้อร่อยไม่เลี่ยน และใส่สลับชั้นให้ดูสวยงาม   คุณค่าทางโภชนาการ วุ้นเป็นสารสกัดมาจากสาหร่ายที่เรียกว่า “อาการ์” มีคุณสมบัติทำให้เนื้อขนมแข็ง สาหร่ายมีธาตุไอโอดีน แต่เมื่อเทียบกับน้ำตาลและกะทิที่เป็นส่วนผสมของวุ้นกะทิซึ่งมีมากกว่าวุ้น จึงควรบริโภคแต่พอเหมาะ แม้ว่าวุ้นกะทิปริมาณ 100 กรัมจะให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี แต่ก็ไม่ควรกินมากเกินไป   ส่วนผสมตัววุ้น วุ้นผง                                1        ช้อนโต๊ะ น้ำลอยดอกมะลิ                  2 1/4  ถ้วย น้ำตาลทราย                       1/2     ถ้วย น้ำใบเตย (ตำและคั้นน้ำ )หรือสีผสมอาหารสีตามชอบ   ส่วนผสมหน้ากะทิ ผงวุ้น                                 1        ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ                              2 ¼    ถ้วย น้ำตาลทราย                       ¼       ถ้วย เกลือป่น                             2        ช้อนชา   วิธีทำ ผสมผงวุ้น น้ำลอยดอกมะลิ เกลือ ตั้งไฟ คอยคนจนวุ้นละลายหมด ก่อนยกขึ้นใส่น้ำใบเตยให้มีสีสวยตามชอบ ตักใส่พิมพ์ นำส่วนผสมหัวกะทิตั้งไฟ คอยคนจนวุ้นละลาย ตักหยอดหน้าตัววุ้น


เพิ่มเติม

close[x]
Questionnaire